สวัสดีอีกครั้งครับ หลังจากเปิดคอลัมน์ไปก็เริ่มมีท่านผู้อ่านสงสัยและถามกันเข้ามาว่า แล้วการถ่ายรูปยังไงถึงจะเรียกว่าสวย…ซึ่งประเด็นนี้มันก็ยากที่จะจรณาครับเพราะว่าการถ่ายรูปเป็นศิลป์ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แต่ทว่าในบางมุมมันก็เป็นศาสตร์เพราะมันมีหลักการเหมือนกัน สัปดาห์นี้จึงขอนำเสนอทฤษฎีที่ปฏิบัติได้จริงซึ่งจะส่งผลให้ภาพของท่านมี “ความสวยงาม” มากที่สุด คือเรื่องของการจัดองค์ประกอบภาพ หรือที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า Composition นั่นเอง
ในโลกของการถ่ายภาพ ส่วนใหญ่จะถูกจำกัดด้วยกรอบสี่เหลี่ยม ผืนผ้า หรือจตุรัส ก็แล้วแต่เถอะ
แต่ส่วนใหญ่เป็นผืนผ้า น่าน่ะ หยวนๆ เหอะ ครับ ไม่ว่าจะเป็นกล้องตัวละไม่กี่ร้อยบาท
จนกล้องโปร ตัวหลายแสนบาทก็ตาม ช่องมองภาพก็ถูกจำกัดด้วยกรอบสี่เหลี่ยมนี่หล่ะครับ
หลายคนคงสงสัยว่า แล้วทำไมต้องเป็นสี่เหลี่ยมด้วยหล่ะ ไม่เป็นทรงกรมหรือทรงรี่ รูปไข่ หกเหลีี่ยม
ก็ว่ากันไป จริงๆ ภาพที่ได้จากเลนส์ ที่เราใช้กันอยู่ทุกตัวนั้นให้ภาพเป็นวงกลมครับ มีใครรู้บ้างเอ่ย
แล้วถูกครอป ลงบนระนาบฟิลม์ซึ่งเป็นสี่เหลี่ยม 55 มันเลยต้องออกมาเป็นสี่เหลี่ยมอย่างที่เห็นนี่หล่ะ
มีใครได้คะแนนบ้างครับ วงกลมที่ว่ามีชื่อภาษาฝรั่งว่า Image circle พอดีกว่า วิชาการเยอะเดี๋ยวมะรู้เรื่อง
สรุปมันเป็นสี่เหลี่ยมแบบนี้ เราจะทำยังไงกะมันดี ก็มีนักคิดศิลปิน ได้ลองใช้สมองคิดแทนเรา แล้วว่า
คนทุกคนนั้นจะมองหาความสนใจในจุด 4 จุด บนองค์ประกอบของเส้น ที่ตัดกัน 9 ช่อง ไม่ใช่ใบ้หวยน่ะครับ
อย่าไปแทงเดี๋ยวเจ้ามือกินเรียบ เป็นอย่างนี้จริงๆ 4 จุด 9 ช่อง ตามภาพเรย เอาภาพมาหน่อยจิ

ถามต่อว่าภาพข้างบนนี้ใช้อะไรมันได้ ให้ไปซื้อโอเลี้ยงหน้าปากซอยได้ไหม ตอบว่าได้เอ้ยไม่ได้ครับ ให้เล่นกะมันหน่อย เวลาเราจะถ่ายอะไรอยากให้มันดูเท่ห์หรือเด่นหรือน่าสนใจ ให้เราไปแปะไว้ตามจุดตัดดังกล่าว แล้วชาวบ้านเขาจะมองเห็นได้ง่าย กว่าไว้ที่อื่น น่ะครับ ผมใช้คำเรียกอีกอย่างว่า จุดสนใจ ทั้ง 4
ต่อไป มีจุดตัดแล้วพอเลยไหม ยังๆ ไม่พอ เพื่อความเทพเราต้องแบ่งน้ำหนักของภาพ หรือส่วนภาพกันด้วย ส่วนของภาพที่ผมว่านี้ ส่วนใหญ่จะใช้กับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ แม่น้ำท้องฟ้า ทะเลภูเขา ทำอย่างนี้ครับ ให้แบ่งภาพเป็นสามสว่นในแนวนอน เท่าๆ กัน แล้ว ให้เลือกตัดสินใจไปว่า ฉันจะเอาอะไรไว้เยอะกว่าอะไร เช่นฟ้าสวยอะ ขอเก็บท้องฟ้า ไว้ในใจตลอดไป (ออกแนวเน่านิด) ก็ให้สัดส่วนของน้องฟ้า เอ้ยท้องฟ้า ไปเลย สองส่วน อีกหนึ่งส่วน ก็แล้วแต่ ว่าเราจะเอาทะเลหรือภูเขาหรืออะไรไว้ก็ได้ หนี่งส่วน แต่ถ้าเราบอกว่า อยากได้ทะเลมากกว่า ฟ้าไม่สวยใส เหมือนหน้า พอลล่า ก็เอาฟ้าไว้หนึ่งส่วน ทะเลสองส่วน ตามความพอใจขอผู้อยู่หลังกล้องเลย จากภาพที่เห็นจะมีการแบ่ง Frame ของเป็น 3 ส่วนในน้ำหนักที่เท่าๆกัน

เมื่อเราแบ่งน้ำหนักของภาพได้แล้วต่อไปเหมือนเราต้องความคุมน้ำหนัก(ไม่ให้อ้วนขึ้น) และ ทิ้ง Space มันดู Balance กัน ภาพถึงจะไม่เอียงซ้ายขวา หรือ หน้าคว่ำ ขมำ หงาย เอาแล้วจะแบ่งน้ำหนักอย่างไรหล่ะครับทีนี้ แค่นี้ก็มีน้ำหนักแล้วนิ ไม่มีหรอกครับ น้ำหนักภาพ ที่ผมว่า คือต้องแบ่งตามแนวเส้นทะแยงมุม ของภาพ เดี๋ยวมีรูปให้ชม ด้านล่าง ใจเย็นๆ ตามลักษณะของภาพถ่ายที่ดี ต้องมีการทิ้งน้ำหนักของภาพและในขณะเดียวกันต้องเปิดช่องว่างให้ภาพได้หายใจนิหน่อย โดยยึดแนวเส้นทะแยงมุมเป็นสำคัญลองดูภาพประกอบ

ตามภาพครับ จะพลิกขวาซ้ายบนล่างแล้วแต่ได้หมดแค่ยึดเส้นทะแยงมุมเอาไว้
เอาหล่ะ ได้ความรู้กันไปจนมึนแล้ว ทีนี้ลองไปดูภาพที่ถ่ายโดยใช้หลักการเหล่านี้กัน แต่อย่าลืม เราไม่จำเป็นต้องยึดติดกับกฏเกณฑ์ จนลืมไปว่า ภาพถ่ายนั้นเป็นงานศิลปะ แขนงหนึ่ง ขอให้มีความสุขกับการถ่ายภาพแล้วพบกันใหม่อาทิตย์หน้าครับ




